ทำตาสองชั้น โดยจักษุแพทย์

Q&A ตั้งครรภ์ สามารถทำศัลยกรรมรอบดวงตาได้ไหม?

คำตอบสั้น ๆ

โดยทั่วไป ไม่แนะนำให้ทำศัลยกรรมรอบดวงตาขณะตั้งครรภ์ หากเป็นการผ่าตัดเพื่อความงามหรือไม่เร่งด่วน เช่น ทำตาสองชั้น แก้ชั้นตา ตัดถุงใต้ตา หรือยกหางตา เพราะสามารถเลื่อนไปทำหลังคลอดได้

แต่หากเป็นภาวะจำเป็นทางการแพทย์ เช่น การติดเชื้อรุนแรง อุบัติเหตุ แผลฉีกขาด เนื้องอก หรือภาวะที่กระทบต่อการมองเห็น แพทย์อาจพิจารณารักษาหรือผ่าตัดตามความจำเป็น โดยต้องประเมินร่วมกับสูตินรีแพทย์และทีมแพทย์ที่เกี่ยวข้อง


Q: ตั้งครรภ์ ทำตาสองชั้นได้ไหม?

A: หากเป็นการทำตาสองชั้นเพื่อความงาม ควรเลื่อนไปหลังคลอด เพราะเป็นการผ่าตัดที่ไม่เร่งด่วน แม้การทำตาสองชั้นมักใช้ยาชาเฉพาะที่ แต่ระหว่างตั้งครรภ์ ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน เช่น การบวมง่าย การไหลเวียนเลือดเปลี่ยนแปลง ความไวต่อยา และข้อจำกัดของยาบางชนิดหลังผ่าตัด

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และทารกในครรภ์ แนะนำให้ปรึกษาจักษุแพทย์หรือศัลยแพทย์ตกแต่งร่วมกับสูตินรีแพทย์ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง


Q: ทำไมไม่ควรทำศัลยกรรมรอบดวงตาระหว่างตั้งครรภ์?

A: เหตุผลหลักคือศัลยกรรมเพื่อความงามสามารถรอได้ และการตั้งครรภ์เป็นช่วงที่ควรลดความเสี่ยงที่ไม่จำเป็นให้มากที่สุด

ปัจจัยที่ควรพิจารณา ได้แก่

  1. การใช้ยาและยาชา
    แม้ยาบางชนิดอาจใช้ได้ในหญิงตั้งครรภ์เมื่อมีข้อบ่งชี้ แต่การใช้ยาใด ๆ ควรอยู่ภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์ โดยเฉพาะยาชา ยาแก้ปวด ยาปฏิชีวนะ หรือยาลดบวมหลังผ่าตัด

  2. ร่างกายบวมง่ายกว่าปกติ
    ระหว่างตั้งครรภ์ ร่างกายมีการคั่งน้ำและบวมง่าย อาจทำให้การประเมินรูปตา ชั้นตา หรือผลลัพธ์หลังผ่าตัดคลาดเคลื่อนได้

  3. แผลและอาการบวมช้ำอาจคาดเดายาก
    การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและระบบไหลเวียนเลือดอาจทำให้อาการบวม ช้ำ หรือการฟื้นตัวแตกต่างจากช่วงที่ไม่ได้ตั้งครรภ์

  4. ความเครียดและการพักฟื้น
    การผ่าตัดและการพักฟื้นอาจเพิ่มความเครียด ความกังวล หรือรบกวนการนอน ซึ่งไม่เหมาะกับช่วงตั้งครรภ์

  5. หัตถการเพื่อความงามไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน
    หากไม่ได้กระทบต่อการมองเห็นหรือสุขภาพ การเลื่อนไปหลังคลอดมักเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและเหมาะสมกว่า


Q: ศัลยกรรมรอบดวงตาแบบไหนที่ควรเลื่อนไปหลังคลอด?

A: โดยทั่วไป ควรเลื่อนหัตถการที่ทำเพื่อความงามหรือไม่เร่งด่วน เช่น

  • ทำตาสองชั้น

  • แก้ตาสองชั้น

  • ตัดถุงใต้ตา

  • ยกหางตา

  • เปิดหัวตา

  • ยกคิ้วเพื่อความงาม

  • ฉีดฟิลเลอร์รอบดวงตา

  • ฉีดโบทูลินัมท็อกซินเพื่อลดริ้วรอยรอบตา

  • เลเซอร์หรือหัตถการผิวรอบดวงตาที่ไม่จำเป็นเร่งด่วน

ทั้งนี้ ควรประเมินเป็นรายบุคคล โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือครรภ์เสี่ยงสูง


Q: มีกรณีไหนที่หญิงตั้งครรภ์อาจต้องผ่าตัดรอบดวงตา?

A: มีได้ แต่จะเป็นกรณีที่มีความจำเป็นทางการแพทย์ ไม่ใช่เพื่อความงาม เช่น

  • อุบัติเหตุบริเวณเปลือกตาหรือรอบดวงตา

  • แผลฉีกขาดที่ต้องเย็บซ่อม

  • การติดเชื้อรุนแรง

  • ก้อนหรือเนื้องอกที่แพทย์ประเมินว่าควรรักษา

  • ภาวะที่รบกวนการมองเห็นหรือเสี่ยงต่อสุขภาพดวงตา

ในกรณีเหล่านี้ แพทย์จะชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์และความเสี่ยง และอาจต้องประสานงานกับสูตินรีแพทย์ก่อนรักษา


Q: ถ้าเพิ่งทำศัลยกรรมตา แล้วเพิ่งรู้ว่าตั้งครรภ์ ควรทำอย่างไร?

A: ไม่ควรตื่นตระหนก แต่ควรแจ้งแพทย์ที่ดูแลทันที พร้อมแจ้งอายุครรภ์โดยประมาณ รายชื่อยาที่ได้รับ และอาการผิดปกติถ้ามี

ควรทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • แจ้งจักษุแพทย์หรือศัลยแพทย์ที่ผ่าตัด

  • แจ้งสูตินรีแพทย์ที่ฝากครรภ์

  • นำรายชื่อยาชา ยาแก้ปวด ยาปฏิชีวนะ หรือยาอื่น ๆ ให้แพทย์ตรวจสอบ

  • หลีกเลี่ยงการซื้อยารับประทานเอง

  • สังเกตอาการผิดปกติ เช่น ปวดมาก แผลบวมแดง มีหนอง มีไข้ หรือเลือดออกผิดปกติ

แพทย์จะช่วยประเมินความเสี่ยงและปรับแผนการดูแลให้เหมาะสม


Q: หลังคลอดเมื่อไรจึงทำศัลยกรรมรอบดวงตาได้?

A: ยังไม่มีช่วงเวลาตายตัวที่เหมาะกับทุกคน โดยทั่วไปควรรอให้ร่างกายฟื้นตัวหลังคลอด ระดับฮอร์โมนและอาการบวมลดลง และสามารถพักฟื้นได้อย่างเหมาะสมก่อน

หากยังให้นมบุตร ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้า เพราะยาบางชนิดหลังผ่าตัดอาจต้องพิจารณาความเหมาะสมเป็นพิเศษ

แพทย์จะประเมินจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น

  • สุขภาพหลังคลอด

  • การให้นมบุตร

  • การนอนพักผ่อน

  • โรคประจำตัว

  • ความพร้อมในการดูแลแผล

  • ยาที่จำเป็นต้องใช้หลังผ่าตัด


Q: ให้นมบุตรอยู่ ทำศัลยกรรมรอบดวงตาได้ไหม?

A: อาจทำได้ในบางกรณี แต่ควรแจ้งแพทย์ว่ากำลังให้นมบุตร เพราะต้องพิจารณายาชา ยาแก้ปวด ยาปฏิชีวนะ และยาหลังผ่าตัดให้เหมาะสม

หากเป็นหัตถการเพื่อความงามและยังไม่เร่งด่วน การรอให้ร่างกายพร้อมและจัดการเรื่องการพักฟื้นได้สะดวก อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า


Q: ตั้งครรภ์แล้วตาบวม หนังตาเปลี่ยน ควรรีบทำตาสองชั้นไหม?

A: ไม่ควรรีบตัดสินใจจากรูปตาในช่วงตั้งครรภ์ เพราะร่างกายอาจมีอาการบวมน้ำ น้ำหนักเปลี่ยน และฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ทำให้หนังตาหรือรอบดวงตาดูแตกต่างจากปกติ

หลังคลอดและร่างกายเข้าที่แล้ว รูปตาอาจเปลี่ยนกลับบางส่วน การประเมินเพื่อทำศัลยกรรมจึงควรทำในช่วงที่ร่างกายคงที่มากกว่า


Q: สรุปแล้ว คนท้องทำศัลยกรรมรอบดวงตาได้ไหม?

A: หากเป็นศัลยกรรมเพื่อความงาม เช่น ทำตาสองชั้น ตัดถุงใต้ตา หรือแก้ชั้นตา โดยทั่วไปควรเลื่อนไปหลังคลอด เพราะไม่ใช่หัตถการเร่งด่วน และการตั้งครรภ์เป็นช่วงที่ควรหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น

แต่หากเป็นภาวะจำเป็นทางการแพทย์ เช่น อุบัติเหตุ การติดเชื้อ หรือปัญหาที่กระทบต่อการมองเห็น แพทย์อาจพิจารณารักษาตามความจำเป็น โดยประเมินร่วมกับสูตินรีแพทย์เพื่อความปลอดภัยของทั้งคุณแม่และทารก


ข้อควรจำ

การตั้งครรภ์ไม่ใช่ข้อห้ามสำหรับการรักษาทางการแพทย์ที่จำเป็นเสมอไป แต่สำหรับศัลยกรรมรอบดวงตาเพื่อความงาม การเลื่อนไปหลังคลอดมักเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและเหมาะสมกว่า

ก่อนทำหัตถการใด ๆ ควรแจ้งแพทย์ทุกครั้งหากกำลังตั้งครรภ์ สงสัยว่าตั้งครรภ์ หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร

แชร์บทความ :

บทความที่เกี่ยวข้อง

แก้ไขตาปรือ ทำได้ไหม? รู้สาเหตุ วิธีรักษา และเมื่อไรควรปรับกล้ามเนื้อตา

เกิดจากความยืดหยุ่นของผิวหนังบริเวณ ใต้ชั้นตาเริ่มหย่อนคล้อย ตามกล้ามเนื้อรอบดวงตา ส่งผลให้เกิดถุงใต้ตานูนป่อง

Read More »