ทำตาสองชั้น โดยจักษุแพทย์

ถุงใต้ตาเกิดขึ้นได้อย่างไร แก้ไขอย่างไรได้บ้าง?

ถุงใต้ตาเป็นปัญหาที่ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย หรือดูมีอายุมากขึ้น แม้ว่าจะนอนหลับเพียงพอแล้วก็ตาม หลายคนเข้าใจว่าถุงใต้ตาเกิดจากการพักผ่อนน้อยเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งไขมันใต้ตาที่ยื่นออกมา ผิวหนังหย่อนคล้อย พันธุกรรม อายุ และการคั่งของของเหลวบริเวณรอบดวงตา

การแก้ไขถุงใต้ตาจึงควรเริ่มจากการประเมินว่า สิ่งที่เห็นเป็น “ถุงใต้ตาจริง” อาการบวมชั่วคราว ร่องใต้ตา หรือความคล้ำใต้ตา เพราะแต่ละปัญหาใช้แนวทางดูแลแตกต่างกัน

ถุงใต้ตาคืออะไร?

ถุงใต้ตา คือ ลักษณะนูนหรือบวมบริเวณเปลือกตาล่าง ซึ่งอาจเกิดจากไขมันรอบดวงตาดันออกมาด้านหน้า ร่วมกับผิวหนังและเนื้อเยื่อพยุงรอบดวงตาที่อ่อนแอลง

เมื่ออายุมากขึ้น ผิวหนัง กล้ามเนื้อ และโครงสร้างที่ช่วยพยุงเปลือกตาจะค่อย ๆ หย่อนลง ทำให้ไขมันที่อยู่รอบเบ้าตาเคลื่อนมาด้านหน้าและเห็นเป็นถุงใต้ตาชัดขึ้น การเปลี่ยนแปลงตามวัยจึงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อย อย่างไรก็ตาม คนอายุน้อยก็สามารถมีถุงใต้ตาได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีพันธุกรรมหรือโครงสร้างรอบดวงตาที่เอื้อต่อการเกิดถุงใต้ตา

ถุงใต้ตาเกิดจากอะไร?

1. อายุและความหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อ

เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนและความยืดหยุ่นของผิวจะลดลง กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อรอบดวงตาอ่อนแรง ทำให้ไขมันใต้ตาดันออกมาและผิวหนังบริเวณเปลือกตาล่างหย่อนคล้อยมากขึ้น

ถุงใต้ตาจากสาเหตุนี้มักเห็นชัดต่อเนื่องตลอดวัน และไม่หายไปหลังจากพักผ่อน

2. พันธุกรรมและโครงสร้างใบหน้า

บางคนเริ่มมีถุงใต้ตาตั้งแต่อายุยังน้อย แม้จะพักผ่อนเพียงพอ เนื่องจากลักษณะไขมันรอบดวงตา โครงสร้างกระดูกเบ้าตา หรือความแข็งแรงของเนื้อเยื่อพยุงเปลือกตาถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้

หากคนในครอบครัวมีถุงใต้ตาชัด ก็อาจมีโอกาสพบปัญหาในลักษณะใกล้เคียงกัน

3. ไขมันใต้ตายื่นออกมา

บริเวณใต้ตามีชั้นไขมันที่ทำหน้าที่รองรับลูกตา เมื่อผนังกั้นไขมันหรือเนื้อเยื่อพยุงอ่อนแอลง ไขมันอาจดันออกมาด้านหน้า ทำให้เกิดก้อนนูนใต้ตา

ถุงใต้ตาจากไขมันมักไม่หายจากการทาครีมหรือนวด เพราะสาเหตุหลักอยู่ที่โครงสร้างภายใน ไม่ใช่เพียงผิวชั้นนอก

4. การคั่งของของเหลวหรืออาการบวมชั่วคราว

อาการบวมใต้ตาหลังตื่นนอนอาจเกิดจากของเหลวคั่งบริเวณรอบดวงตา โดยสามารถสัมพันธ์กับการนอนราบ การรับประทานอาหารเค็ม การดื่มแอลกอฮอล์ การนอนหลับไม่เพียงพอ หรือการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย

อาการลักษณะนี้อาจลดลงระหว่างวัน และไม่ถือว่าเป็นถุงใต้ตาจากไขมันเสมอไป

5. ภูมิแพ้และการระคายเคือง

ภูมิแพ้อาจทำให้บริเวณรอบดวงตาบวม คัน มีน้ำตาไหล หรือทำให้ขยี้ตาบ่อยจนเกิดการระคายเคืองและเห็นใต้ตาบวมชัดขึ้น

หากมีอาการบวมร่วมกับคัน ตาแดง หรือคัดจมูก ควรประเมินสาเหตุด้านภูมิแพ้ร่วมด้วย

6. พฤติกรรมและการใช้ชีวิต

ปัจจัยบางอย่างอาจทำให้ถุงใต้ตาหรืออาการบวมเห็นชัดขึ้น เช่น

  • นอนหลับไม่เพียงพอ

  • รับประทานอาหารรสเค็ม

  • ดื่มแอลกอฮอล์

  • สูบบุหรี่

  • ขยี้ตาเป็นประจำ

  • ไม่ป้องกันผิวจากแสงแดด

พฤติกรรมเหล่านี้อาจไม่ได้เป็นสาเหตุเดียวของถุงใต้ตาจากโครงสร้าง แต่สามารถทำให้ผิวรอบดวงตาเสื่อมสภาพหรือบวมง่ายขึ้น

ถุงใต้ตา ร่องใต้ตา และใต้ตาคล้ำต่างกันอย่างไร?

ปัญหาทั้งสามอย่างอาจทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยเหมือนกัน แต่เกิดจากคนละสาเหตุ

ถุงใต้ตา มีลักษณะเป็นก้อนนูนหรือบวมบริเวณเปลือกตาล่าง มักเกี่ยวข้องกับไขมัน ผิวหย่อน หรือของเหลวคั่ง

ร่องใต้ตา มีลักษณะเป็นร่องลึกหรือเงาบริเวณใต้ตา เกิดจากโครงสร้างกระดูก การยุบตัวของเนื้อเยื่อ หรือความแตกต่างระหว่างส่วนที่นูนกับส่วนที่เป็นร่อง

ใต้ตาคล้ำ เป็นการเปลี่ยนแปลงของสีหรือเงา อาจสัมพันธ์กับเม็ดสี เส้นเลือด ผิวบาง พันธุกรรม หรือเงาที่เกิดจากร่องใต้ตา

บางคนอาจมีทั้งถุงใต้ตา ร่องใต้ตา และความคล้ำพร้อมกัน จึงควรแยกปัญหาให้ชัดก่อนเลือกวิธีแก้ไข

วิธีแก้ถุงใต้ตามีอะไรบ้าง?

1. ปรับพฤติกรรมและดูแลตนเอง

เหมาะกับอาการบวมเล็กน้อยหรืออาการบวมที่เกิดขึ้นชั่วคราว โดยสามารถดูแลเบื้องต้นได้ดังนี้

  • ประคบเย็นบริเวณใต้ตาช่วงสั้น ๆ

  • นอนหลับให้เพียงพอ

  • หนุนศีรษะให้สูงขึ้นเล็กน้อยขณะนอน

  • ลดอาหารเค็มและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

  • หลีกเลี่ยงการขยี้ตา

  • ดูแลและหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นภูมิแพ้

  • ใช้ผลิตภัณฑ์รอบดวงตาที่อ่อนโยน

  • ทาครีมกันแดดและป้องกันแสงแดดเป็นประจำ

วิธีเหล่านี้อาจช่วยลดอาการบวมและทำให้ผิวรอบดวงตาดูดีขึ้น แต่ไม่สามารถกำจัดไขมันใต้ตาที่นูนออกมาได้อย่างถาวร

2. การดูแลผิวรอบดวงตา

หากปัญหาหลักเป็นผิวบาง ริ้วรอย หรือความหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อย แพทย์อาจพิจารณาวิธีดูแลผิวที่เหมาะสมกับสภาพผิว เช่น การใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะ การใช้พลังงานเพื่อกระตุ้นผิว หรือการรักษาด้านผิวหนังชนิดอื่น

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับชนิดของปัญหา สภาพผิว และเทคโนโลยีที่ใช้ โดยวิธีดูแลผิวไม่สามารถทดแทนการแก้ไขไขมันใต้ตาที่นูนชัดได้ทุกกรณี

3. การเติมเต็มร่องใต้ตา

ในบางราย สิ่งที่ทำให้ใต้ตาดูเป็นถุงชัดอาจเกิดจากร่องใต้ตาลึกร่วมด้วย การเติมเต็มบริเวณร่องอาจช่วยลดเงาและทำให้รอยต่อระหว่างถุงใต้ตากับแก้มดูเรียบขึ้น

อย่างไรก็ตาม บริเวณใต้ตาเป็นพื้นที่ที่มีโครงสร้างซับซ้อนและอยู่ใกล้ดวงตา จึงควรได้รับการประเมินและทำโดยแพทย์ที่มีความรู้ด้านกายวิภาครอบดวงตา ไม่เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะรายที่มีถุงไขมันหรืออาการบวมเด่นอยู่แล้ว

4. การผ่าตัดแก้ไขถุงใต้ตา

หากถุงใต้ตาเกิดจากไขมันยื่น ผิวหนังหย่อน หรือโครงสร้างเปลือกตาล่าง การผ่าตัดเปลือกตาล่างอาจเป็นแนวทางที่แพทย์พิจารณา

หลักการรักษาอาจประกอบด้วยการนำไขมันส่วนเกินออก การจัดเรียงหรือเคลื่อนตำแหน่งไขมัน และการจัดการผิวหนังหรือเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อย โดยต้องเลือกให้เหมาะกับโครงสร้างและปัญหาของแต่ละคน

แนวทางการผ่าตัดที่พบได้ ได้แก่

การผ่าตัดถุงใต้ตาแผลใน

แพทย์เปิดแผลทางด้านในของเปลือกตาล่าง จึงไม่มีแผลที่ผิวด้านนอก เหมาะกับบางรายที่มีไขมันใต้ตานูน แต่ไม่มีผิวหนังส่วนเกินหรือความหย่อนคล้อยมาก

การผ่าตัดถุงใต้ตาแผลนอก

แพทย์เปิดแผลบริเวณใต้แนวขนตาล่าง เพื่อเข้าถึงไขมันและจัดการผิวหนังหรือเนื้อเยื่อส่วนเกิน เหมาะกับบางรายที่มีทั้งถุงไขมัน ผิวหย่อน หรือปัญหาโครงสร้างเปลือกตาล่างร่วมกัน

การเลือกวิธีผ่าตัดไม่ควรพิจารณาจากอายุหรือความต้องการเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูปริมาณไขมัน ความหย่อนคล้อยของผิว ความแข็งแรงของเปลือกตา ตำแหน่งร่องใต้ตา และโครงสร้างใบหน้าโดยรวม

ผ่าตัดถุงใต้ตาแล้วไขมันจะหายทั้งหมดหรือไม่?

เป้าหมายของการรักษาไม่จำเป็นต้องเป็นการนำไขมันออกทั้งหมด เพราะไขมันรอบดวงตามีหน้าที่รองรับและช่วยให้รอยต่อระหว่างเปลือกตากับแก้มดูเป็นธรรมชาติ

การนำไขมันออกมากเกินไปอาจทำให้ใต้ตาดูลึกหรือเกิดความไม่เรียบได้ ในบางราย แพทย์จึงอาจเลือกจัดเรียงหรือเคลื่อนตำแหน่งไขมันแทนการนำออกเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของผู้รับบริการแต่ละราย

ควรเลือกวิธีแก้ถุงใต้ตาอย่างไร?

วิธีแก้ไขควรเลือกตามสาเหตุหลัก ได้แก่

  • ถ้าบวมเฉพาะตอนเช้าหรือบางวัน อาจเริ่มจากปรับพฤติกรรมและหาสาเหตุของการบวม

  • ถ้ามีริ้วรอยหรือผิวหย่อนเล็กน้อย อาจพิจารณาการดูแลผิว

  • ถ้ามีร่องลึกและเงาใต้ตา อาจต้องประเมินเรื่องปริมาตรและโครงสร้างใบหน้า

  • ถ้ามีไขมันนูนชัดต่อเนื่อง อาจต้องประเมินแนวทางผ่าตัด

  • ถ้ามีทั้งไขมัน ผิวหย่อน และร่องใต้ตา อาจต้องใช้มากกว่าหนึ่งแนวทางร่วมกัน

การประเมินโดยแพทย์จะช่วยแยกว่าส่วนที่เห็นเป็นไขมัน ผิวหย่อน ร่องลึก อาการบวม หรือปัญหาอื่น เพื่อวางแผนให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

ถุงใต้ตาแบบไหนควรพบแพทย์?

โดยทั่วไป ถุงใต้ตามักเป็นปัญหาด้านรูปลักษณ์และไม่ใช่ภาวะอันตราย แต่ควรพบแพทย์หากมีอาการดังต่อไปนี้

  • บวมมากหรือบวมขึ้นอย่างรวดเร็ว

  • บวมเพียงข้างเดียวอย่างผิดปกติ

  • มีอาการปวด แดง ร้อน หรือมีไข้

  • ตามัว มองเห็นผิดปกติ หรือมองเห็นภาพซ้อน

  • มีผื่นหรืออาการระคายเคืองรุนแรง

  • บวมร่วมกับอาการผิดปกติของร่างกายส่วนอื่น

  • อาการไม่ดีขึ้นหรือรบกวนการใช้ชีวิต

แพทย์อาจต้องตรวจหาสาเหตุอื่น เช่น ภูมิแพ้ การติดเชื้อ โรคไทรอยด์ หรือภาวะทางสุขภาพอื่นที่ทำให้เกิดอาการบวมรอบดวงตา

สรุป

ถุงใต้ตาไม่ได้เกิดจากการนอนน้อยเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากไขมันใต้ตายื่น ผิวหนังหย่อน อายุ พันธุกรรม โครงสร้างใบหน้า หรือการคั่งของของเหลว

อาการบวมชั่วคราวอาจดูแลด้วยการปรับพฤติกรรมและประคบเย็น แต่หากเป็นถุงใต้ตาจากไขมันหรือโครงสร้าง วิธีดูแลภายนอกอาจช่วยได้อย่างจำกัด จึงควรได้รับการประเมินเพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสม เช่น การดูแลผิว การเติมเต็มร่อง หรือการผ่าตัดแก้ไขถุงใต้ตา

ผลลัพธ์และวิธีรักษาที่เหมาะสมแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินโครงสร้างรอบดวงตาและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม

แชร์บทความ :

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตาสองชั้นผู้ชาย

เทคนิคศัลยกรรมตาสําหรับผู้ชาย คืออะไร?

ผู้ชายทำตา ไม่จำเป็นต้องตาหวาน แค่ปรับให้ดวงตาดูสดใส คมขึ้น และยังเป็นตัวเอง
การศัลยกรรมตาสำหรับผู้ชายจึงไม่ใช่การทำให้ตาใหญ่ที่สุด หรือทำชั้นตาให้ชัดจนใบหน้าดูเปลี่ยนไป แต่เป็นการแก้ปัญหาให้ตรงจุด เพื่อให้ดวงตาดูเปิด สดชื่น และสมดุลกับโครงหน้าเดิม

Read More »

เทคนิคกรีดยาวทำตาสองชั้น เหมาะกับใคร?

เทคนิคกรีดยาว (Full Incision Double Eyelid Surgery) เป็นการผ่าตัดทำตาสองชั้นโดยเปิดแผลตลอดแนวชั้นตาที่ออกแบบไว้
เพื่อให้แพทย์สามารถปรับแต่งโครงสร้างเปลือกตาได้อย่างละเอียด ทั้งการกำจัดไขมันส่วนเกิน ตกแต่งกล้ามเนื้อ

Read More »

แก้ไขตาปรือ ทำได้ไหม? รู้สาเหตุ วิธีรักษา และเมื่อไรควรปรับกล้ามเนื้อตา

แก้ไขตาปรือได้ในหลายกรณี แต่แนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการ ไม่ใช่ทุกคนที่มีตาปรือจำเป็นต้องทำตาสองชั้น หรือทุกคนที่ทำตาสองชั้นแล้วจะหายจากอาการตาปรือ
หากตาปรือเกิดจาก กล้ามเนื้อยกเปลือกตาอ่อนแรง (Ptosis) แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดปรับกล้ามเนื้อยกเปลือกตา และในบางรายอาจทำร่วมกับการทำตาสองชั้น

Read More »